================================================== -->

sbfplay99 เครดิต ฟรี 1️⃣2021

ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------

  • เยี่ยมชมบล็อก:746319
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 555
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-24 21:03:03
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป

ที่เก็บบทความ

2015(744)

2014(838)

2013(219)

2012(847)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ข่าวออนไลน์

poipet589, เริ่ม เดือนแห่งความรัก กันแล้วก็ต้องปูพรมด้วย เรื่องเบาๆ ว่าด้วย คอนเสิร์ต ต่างประเทศ จากฟากฝั่งเมืองผู้ดีและดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ที่พาเหรดมา เมืองไทย ยุค 40 กันขวักไขว่ โดย แค่ มกราคม เดือนเดียวก็มีทั้ง Imagine Dragons เลียม กัลลาเกอร์ Foster The People และ The XX และยังมีคิวที่จะมาอีกทั้ง Incubus จอห์น เลเจนด์ แม้แต่ตัวแม่อย่าง เคธี เพอร์รี หรือวงร็อกจากไอริชอย่าง The Script และเจ้าของรางวัลแกรมมี่หมาดๆ อย่าง บรูโน มาร์ส ก็คอนเฟิร์มมาแล้ว ซึ่ง ราคาบัตรก็มีตั้งแต่ระดับพันกลางๆ ไปถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าต้องขายตับ-ไตกันไม่รู้กี่รอบถึงจะไปครบคอนเสิร์ต ทั้งหลายแหล่นี้๐ หันกลับมาสู่วังวน โลกเครียด กันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของ หวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เมื่อวันที่ 19 มค สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแถลงผล พิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วว่ามีแต่ของ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งใครต่อใครคงคิดว่าน่าจะลงเอยหรือมีบทสรุปไปกว่า 80% แต่แล้วเมื่อวันพุธสิ้นเดือน มค พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) ก็ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำคัญมีการ พลิกกลับ 360 องศากันเลย เพราะระบุว่าสลากเป็นของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับของโจรกับ ลุงจรูญ ๐ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นการเดิมพันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับพยานบุคคลหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้อาจ สะเทือนไปถึงการทำหน้าที่ของ ทนาย และ ตำรวจ กันเลยทีเดียว ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ ประกาศความเชื่อมั่นไม่ต่างจากตำรวจเช่นกัน เรียกว่าสุดท้าย หวย 30 ล้าน คงต้องไปจบที่ศาลชี้ขาด ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็น่าจะมีการเช็กบิลกันระเบิดระเบ้อแน่๐ พูดถึงเรื่องครูหวยแล้ว ไม่พูดเรื่องครูฉาวก็ไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ทั้ง พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ พร้อมใจกันสร้างเรื่องไม่น่าจดจำเสียนี่กระไร โดยเฉพาะเรื่อง คาวโลกีย์ แต่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเรื่องคาวเรื่องฉาวมา กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้บังเหียนของ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะคุมนโยบายการศึกษาของประเทศ กลับไม่มีการเทกแอคชั่นแต่ประการใดเลย เรียกว่าปล่อยไปตามมีตามเกิดซะอย่างนั้น๐ ในที่สุด พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มทนเสียงเรียกร้องและกดดันของทุกภาคส่วนว่าด้วย แหวนเพชรแยงตา นาฬิกายืมเพื่อน เพราะถึงกับลั่น ในระหว่างงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ กหกับสื่อมวลชนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็พร้อมไปจากตำแหน่ง ถือเป็น ประกาศท่าทีเยี่ยง ชายชาติทหาร ครั้งแรกเลยทีเดียว เล่นเอามีกระแสข่าวเกิดขึ้นตามมาทันทีว่า เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม อาจส้มหล่นตกไปยัง รมชกลาโหม ที่ บิ๊กช้าง พลอชัยชาญ ช้างมงคล นั่งอยู่ก็เป็นได้ งานนี้คงไม่ลุ้นกันยาวนัก๐ ส่วนเรื่องนี้ยังหนังยาวคือ เรื่องการหย่อนบัตรของคนไทยทั้งประเทศ เพราะแค่เรื่องกฎหมายลูกว่าด้วย สส และ สว ซึ่งแม้สภาฝักถั่วจะถูลู่ถูกังผ่านกันมาแบบวันละฉบับ แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ ล่าสุด ขาปูดข่าว อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร กกตที่นับถอยหลังเป็นแค่อดีตก็ออกมาแฉว่ามี สนช โทรมาล็อบบี้ ให้ตั้ง กมธร่วมแก้กฎหมาย สส โดยหวังจะลบเรื่องการให้จัด มหรสพ หาเสียงได้๐ แฉโพยออกมาอย่างนี้ก็เล่นเอา วิป สนช อย่าง สมชาย แสวงการ ต้องรีบมาปัดสวะให้พ้นสภาฝักถั่วกันเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ากระแสจะหมดไป เพราะล่าสุดขาเมาธ์ว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดกระซิบมาว่า ตอนนี้มีกระแส (เก่า) ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก นั่นคือการล้มกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฉบับ เพราะจะทำให้การเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนอยู่แล้วมติ สนชที่แก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ยาวออกไปอีกถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว๐ พิโธ่! วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่ายังมีเวลา 10 ปีในการอายัดทรัพย์ นารีปู เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องรีบร้อน พระเจ้าจอร์จ แล้วที คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ทำให้ตัวเป้งหลุดไป มิใช่เพราะคิดว่ามีเวลามันเหลือเป็น 10-15 ปีหรอกเหรอ ยังไม่รวมถึงคดีเลี่ยงภาษีของสัมภเวสีหลายกรรมหลายวาระก็หลุดไป เพราะขาดอายุความทั้งนั้น อย่างนี้มันจะเรียกว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ เพราะที คดีเงินระดับหมื่นระดับแสนเห็นไล่เบี้ยไล่ยึดกันเหลือเกิน แต่พอเป็นคนใหญ่คนโตยึดทรัพย์กันระดับพันหมื่นล้านกลับชี้ช่องมามีเวลาอีก 10 ปี แหม! ทั้งคุกและมาตรฐานการทำงานนี่เลือกว่าเป็นใครจริงๆ๐ลอว์สัน บาดเจ็บจากชานเมือง ปรับแผนขยายสาขาในกรุง 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:11 น fun888 casinoศาลปกครองสูงสุดสั่ง สตชชดใช้ม็อบพันธมิตรฯ รายละ 7 พันถึง 4 ล้านบาท จากเหตุสลายชุมนุม 7 ตค51 ชี้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำยิงไม่ถูกวิธี พร้อมยกฟ้องสำนักนายกฯ ตรจ่อตั้งคณะทำงานปฏิบัติตามคำพิพากษา ประทิน เตรียมยื่นศาล รธน วินิจฉัย พธม-กปปส ชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตค2551 ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยคดีนี้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด และมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด จำนวน 254 ราย โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว สตชและสำนักนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรับฟังได้เป็นที่ยุติตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันว่า ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แต่อย่างใด และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ สตชมีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตาโดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานาน จึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุน เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บชี้ สตชละเมิดผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนายชิงชัยกับพวก แต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สตชจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ สตช สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด แต่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สตช อีกทั้งเมื่อเริ่มประชุมแล้วเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่จะสั่งปิดการประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์ ดังนั้น นายกฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้กระทำละเมิด ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตช ผู้ถูกฟ้องร้องคดีที่ 1 ที่ต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้ว เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดตั้งแต่ 8 พันบาทเศษถึง 5 ล้านบาทเศษ สูงเกินส่วน สมควรลดค่าเสียหายลงร้อยละ 20 จึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ สตชชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชิงชัยกับพวกแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ 7,120 ถึง 4,152,77184 บาท พร้อมดอกเบี้ย และยกฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดระบุ ด้านนายตี๋ แซ่เตียว หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า พอใจมากที่ศาลให้ความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาชีวิตการครองตัวลำบากมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ เนื่องจากยังมีการอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ทำให้ภรรยาต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะไปชุมนุมทางการเมืองอีก หากอนาคตการบริหารบ้านเมืองเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จะออกมาต่อสู้อีก ส่วนนายชิงชัยกล่าวยอมรับคำพิพากษาว่า แม้ว่าค่าสินไหมที่ได้รับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป ทุกวันสภาพร่างกายยังไม่ปกติ ต้องไปพบแพทย์ตรวจติดตามเป็นระยะ และไม่ได้รู้สึกกลัวกับการชุมนุม หากเห็นว่ามีการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้องจะไปร่วมเคลื่อนไหวอีก นายบุญธานี กิตติสินโยธิน ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ ทาง สตชต้องชดใช้ให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาภายใน 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทางผู้เสียหายคงต้องยอมรับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วตั้งคณะทำงานชดใช้ ขณะที่ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอคำพากษาอย่างเป็นทางการจากศาล เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดของคำพิพากษาว่าให้ดำเนินอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า สตช เคารพในคำพิพากษาและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันทีที่ได้รับคำพิพากษาจากศาล จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บังคับบัญชาอีกครั้งว่าจะต้องคณะทำงานกี่ชุด ประกอบด้วยชุดใดบ้าง โดยจะมีการประชุมหารือกันว่าปฏิบัติอย่างไร ใช้งบประมาณส่วนไหนมาใช้ สำหรับการไล่เบี้ยกับผู้ที่สั่งการและผู้ปฏิบัติตาม พรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พศ2539 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเหตุสมผลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ต้องดูพฤติเหตุและพฤติการณ์ รวมทั้งลักษณะของการกระทำ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ ตั้งใจที่จะปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ส่วนจะไปกระทบหรือละเมิด รวมทั้งรอนสิทธิใคร ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามระเบียบของ สตช พลตอวิระชัยกล่าว ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดยพลตอประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายประยงค์ ชัยศรี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์, พลรอชัย สุวรรณภพ, พลอปรีชา เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา ทั้งพันธมิตรฯ องค์การพิทักษ์สยาม และ กปปส ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบ จึงจะมายื่นอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 กพนี้ โดยนายประยงค์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มต้องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกมาต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตำรวจและอัยการยังกระทำต่อผู้ที่ชุมนุมอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขณะนี้อัยการได้ฟ้องร้อง และ กปปสเพิ่ม ทั้งที่ประชาชนต่อสู้เรียกร้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทำไปนั้น ทำไปในขอบเขตและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกดำเนินคดี แสดงว่าองค์กรอื่นไม่ยอมผูกพันคำสั่งของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 27 และมาตรา 216 วรรคห้า ซึ่งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันรัฐ ผูกพันศาล ฉะนั้นตนในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จึงมีความประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรองรับอีกครั้งหนึ่งถึงการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าได้กระทำการภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อีกครั้ง เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่มาเพื่อให้เป็นผลในคดีอื่นใช่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ใช่ รวมไปถึงคดีที่ยังไม่ดำเนินการ ที่กำลังจะถูกฟ้อง ฉะนั้นการที่อัยการยังนำคดีไปฟ้องต่อศาล แสดงว่าไม่ยอมผูกพันตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการละเมิดต่อศาลและประชาชน ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ!

นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย เพื่อการไขข้อกังขา เหล่ย โหย่ว ผู้ก่อตั้ง YouTuber และเจ้าของแบรนด์ครีมบำรุงผิวหน้า KraveBeauty จากแดนโสม ให้ความรู้ว่า สำหรับเทรนด์ผิวหน้าวาวใส และผิวหน้าอิ่มเอิบ อันที่จริงแล้วไม่ใช่เทรนด์แต่อย่างใด แต่นั่นเป็นเพราะผิวเดิมของสาวเกาหลีดีอยู่แล้ว จึงเป็นสิ่งกระตุ้นให้พวกเธอ หันมาดูแลผิวให้ดียิ่งๆขึ้นไป เพราะพวกเธอมองว่าการบำรุงเป็นสิ่งสำคัญ จึงไม่แปลกที่หลายคนมักจะชมว่า สาวเกาหลีผิวสวยเรียบเนียน ไม่เว้นแต่คนรุ่นป้ารุ่นยาย จากรัศมีที่เปล่งประกายออร่าผิวพรรณ ของสาวน้อยสาวใหญ่ จึงถูกนำมาเป็น สโลแกนในการโฆษณา ของบรรดาครีมเกาหลีในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งที่ความจริงแล้วพื้นฐานผิวของพวกเธอเป๊ะอยู่แล้ว บา คา ร่า เว็บ ตรง ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นถามว่า มั่นใจขนาดไหนว่าจะเล่นในเจลีกได้ หัวหอกชาวไทยก็ตอบว่า ยอมรับว่าเจลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเชีย เป็นงานที่หนักแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด นอกจากนี้แฟนบอลญี่ปุ่นยังถามมุ้ยว่า จะให้เขาเรียกมุ้ยว่าอย่างไรนั้น ธีรศิลป์ตอบว่า ไม่ได้คิดมาก่อนเลยเรื่องนี้แต่แฟนบอลญี่ปุ่นจะเรียกยังไงก็ดีใจเสมอ ขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วย ซึ่งเป็นคำตอบที่เรียกเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากผู้สื่อข่าวท้องถิ่นได้ทั้งงาน ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty

อ่าน(254) | แสดงความคิดเห็น(954) | ส่งต่อ(445) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

Ai Xinjue Luo 2021-09-24

จักรพรรดิเสี่ยวเหวิน สำนักงานอัยการสหรัฐและคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ สั่งสอบเรื่องที่แอปเปิลทำให้โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง

และอีกหลายไความคิดเห็นเช่น ไม่ต้องการครับถ้ายะงไม่เครัยร์เรื่องนาฬิกาให้ชัดเจนกว่านี้ แพรวพราวตอนเข้ามาบอกเองว่ามาตราฐานสูงแต่ถึงตอนนี้ยังต่ำกว่าสสอีก แล้วท่านจะไม่ควรลาออกหรือ

เฮงเค็ล 2021-09-24 21:03:03

หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป

ฉิน หวาง 2021-09-24 21:03:03

ในขณะที่หน่วยงานรัฐนำโดยกระทรวงการคลัง ต่างพาเหรดออกมายืนยันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ล่าสุด นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยระบุว่า การส่งออกข้าวในปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลควรลงมาดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกข้าวแข่งขันราคากับข้าวของประเทศคู่แข่งได้ควรอยู่ที่ 33-335 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ,เจอเอกสารลับสุดยอดของรัฐบาลออสซี่ในตู้เอกสารมือสอง 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 20:49 น เอบีซีรายงานเรื่องราวที่สร้างความอับอายต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เมื่อเอกสาร ลับสุดยอด และเอกสารลับของรัฐบาลออสเตรเลียนับพันฉบับ ถูกพบจากตู้เอกสารที่ขายให้ร้านขายของเก่า。 หวย 30 ล้านบาทอลวน พลิกอีกรอบ ผบชภ7 ตั้งโต๊ะแถลงไล่เรียงตั้งแต่สลากออกจากสนามบินน้ำ เชื่อพยานบุคคล ครูปรีชา เป็นเจ้าของหวย ลุงจรูญ แค่เก็บได้ เตรียมจัดหนักทั้งยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร ทนายตั้ม ลั่นไม่ท้อ ชี้มหากาพย์เพิ่งแค่เริ่ม!เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีประเด็นใหม่ในการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พย2560 จำนวน 5 มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษใน จกาญจนบุรี กับ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล หลังจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แถลงผลพิสูจน์ลายนิ้วมือบนสลากไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มค ว่ามีแต่ลายมือของ รตทจรูญ โดยเมื่อเวลา 1400 น พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) แถลงสรุปคดีหาเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาทว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ธค โดยมี 3 ประเด็นคือ 1เส้นทางลอตเตอรี่ 2แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ และ 3รตทจรูญได้ลอตเตอรี่มาอย่างไร ซื้อมาหรือเก็บได้ โดยเรื่องแรก เส้นทางลอตเตอรี่พบว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จำหน่ายลอตเตอรี่มายังยี่ปั๊วสนามบินน้ำแล้วรวมชุด โดยมีพยานยืนยันว่ายี่ปั๊ว 5 เจ้าขายให้ยี่ปั๊วสนามบินน้ำ จากนั้นแผงสนามบินน้ำขายให้แม่ค้าที่ตลาดเรดซิตี้ อเมืองกาญจนบุรี โดยมีพยานยืนยัน 3 ปาก จากนั้นแม่ค้าคนที่ 1 ขายต่อให้แม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้พลตทกิตติพงษ์แถลงต่อว่า ประเด็นที่สอง แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ จากการสอบสวนและตรวจสอบพบว่า แม่ค้าอีกคนขายให้ครูปรีชาจริงตามพยานหลักฐาน และประเด็นที่สาม ที่ว่า รตทจรูญซื้อหรือเก็บลอตเตอรี่ได้นั้น จากการสืบสวน รตทจรูญไม่ยืนยันซื้อจากแม่ค้าคนใด แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันว่า รตทจรูญเก็บได้ จึงเชื่อว่า รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่ได้เมื่อถามว่า มีคลิปภาพที่อ้างว่าเห็น รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่หรือไม่ พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ยังไม่เห็นคลิป มีแค่พยานบุคคลระบุว่าหมวดจรูญลงไปเก็บ แต่ตรวจสอบกล้องแล้วไม่พบอะไร เพราะผ่านไปนานเกินไป ซึ่งหากใครมี ก็สามารถเอามาให้ได้ ส่วนที่ครูปรีชาบอกว่ามีภาพกล้องวงจรปิดตำรวจ ก็ยังไม่ได้รับ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่ามีอยู่จริงขณะที่ พลตตกฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบชภ7 ระบุว่า เห็นว่าคดีนี้มีมูล แต่ยังไม่ใช่การตัดสิน ซึ่งทีมสอบสวนจะออกหมายเรียกตัว รตทจรูญมาแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบ ซึ่งก็แล้วแต่ รตทจรูญจะให้การ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป โดยตำรวจได้หาข้อมูลอย่างละเอียดจนได้พยานเพิ่มเติมที่เห็นว่าแม่ค้าคนที่ 2 ขายสลากให้ครูปรีชา และพยานอีกคนที่บอกว่า รตทจรูญเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ และการให้การของพยานฝั่งครูปรีชา ก็ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีขบวนการให้การเท็จเมื่อถามว่า พยานบุคคลเชื่อถือได้แค่ไหน พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกขู่เข็ญบังคับ ทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนในฐานะพยาน ตรวจสอบพยานแล้วยังไม่พบพิรุธ โดยกรณีนี้มีหลักฐานจากยี่ปั๊วว่ามีหวยชุดอยู่สามชุด ขายไปแล้วสองชุด เหลือชุดเดียวอยู่ที่แม่ค้า และมีพยานซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำของแม่ค้าพยายามจะซื้อ แต่แม่ค้าบอกว่าไม่ได้ มีคนขอซื้อไว้แล้ว และมีพยานอีกคนหนึ่งพยายามจะขอแบ่งสลากจากครูปรีชา ซึ่งครูปรีชาก็ไม่ให้เช่นกันเมื่อถามถึงกรณีครูปรีชาอ้างว่าเป็นเจ้าของ แต่ครูปรีชากลับขอแบ่งเงินรางวัลคนละ 15 ล้าน เป็นเพราะเหตุใดนั้น ก็ไม่มีการชี้แจง โดยระบุว่าเพียงว่าอยู่ในสำนวน พร้อมย้ำว่าการสอบสวนที่ผ่านมาสอดคล้องกัน ยังไม่พบพิรุธ ซึ่งมีพยานอีกเยอะที่ไม่ได้ออกสื่อ รวมถึงพยานที่แต่ละฝ่ายอ้างว่ามี แต่ยังมาไม่ถึงตำรวจนั้น ทางตำรวจคาดไว้แล้วว่าจะเอาใครเป็นพยาน ส่วนหลักฐานที่มีก็ต้องว่าไปตามนี้ก่อน แต่หากมีอะไรจริงๆ คดีนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พลตทกิตติพงษ์สรุปว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก ตั้งแต่รับราชการมา เป็นคดีที่ได้รับความสนใจที่สุด ซึ่งตำรวจได้ทำคดีอย่างรอบคอบ คัดเลือกพนักงานสอบสวนอย่างเป็นกลาง รวมทั้งได้รับคำสั่งการที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และเอาความจริงมาให้ได้ ซึ่งเราก็พยายามตอบคำถามสื่อซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินสำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของ รตทจรูญ ภายในหมู่บ้านศิริชัย ซอย 5 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ตปากแพรก อเมืองกาญจนบุรีนั้น พบว่าขณะที่ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงข่าวสรุปคดีทุกคนในครอบครัวลุงจรูญอยู่ในบ้านเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น รตทจรูญเผยว่า ไม่หนักใจ พร้อมมั่นใจในความบริสุทธิ์ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เพราะเป็นคนซื้อเองกับมือ หรือเขาจะสืบสวนอย่างไร ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ตำรวจระบุครูซื้อ เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน ปลายทางอาจไม่ใช่ เพราะตนเองเป็นคนซื้อ ยืนยันมีพยานหลักฐาน โดยจะขอปรึกษาทนายในการนำพยานหลักฐานไปมอบให้พนักงานสอบสวน ยืนยันจะพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนเงินรางวัลได้ใช้ไปแล้ว 5 ล้านบาท เป็นค่าบ้าน 3 ล้านบาท ยืนยันผมไม่คืน ผมเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มา ผมเป็นเจ้าของ จะไปคืนเขาทำไม รตทจรูญกล่าว ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งหมดกำลังที่จะต่อสู้ ขอให้เชื่อมั่นในตัวตนเอง เชื่อมั่นในมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเชื่อมั่นในความจริงความถูกต้อง เพราะคดีนี้จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลย เรื่องราวที่ยืดเยื้อบานปลายจนต้องกลายเป็นคดีที่คนทั้งประเทศจับตามองนี้ เพราะมีนายตำรวจระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนอาจท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะทุกคนอยากเห็นสังคมไทยมีความยุติธรรมที่จับต้องได้ แต่กลับเหมือนไร้ซึ่งหนทาง และในเวลาเดียวกันยังมีอีกหลายคนที่ยังคงมีความหวัง และไม่ทิ้งพลังศรัทธานั้น เช่นเดียวกับผม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยังศรัทธาในความถูกต้อง ฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องสู้ไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อย่ายอมให้อิทธิพลมืดเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างเราๆ นายษิทรากล่าวทนายตั้มย้ำอีกว่า จงอย่าท้อ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จับมือไปด้วยกัน แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากไปบ้าง ต้องเหนื่อยเกินกว่าความจำเป็นไปหน่อย ต้องสู้กับอิทธิพลมืดที่มองไม่เห็น แต่เชื่อว่าคนไทยต้องทำได้และทำได้ดีด้วย หากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ส่งเบาะแส ข้อมูลต่างๆ มาให้ ทุกข้อมูลเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยความหวังของคนทั้งประเทศที่รักความถูกต้อง ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ วันนี้มหากาพย์คดีหวย 30 ล้านบาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น。

ครอบครัวมากขึ้น 2021-09-24 21:03:03

ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------, เริ่ม เดือนแห่งความรัก กันแล้วก็ต้องปูพรมด้วย เรื่องเบาๆ ว่าด้วย คอนเสิร์ต ต่างประเทศ จากฟากฝั่งเมืองผู้ดีและดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ที่พาเหรดมา เมืองไทย ยุค 40 กันขวักไขว่ โดย แค่ มกราคม เดือนเดียวก็มีทั้ง Imagine Dragons เลียม กัลลาเกอร์ Foster The People และ The XX และยังมีคิวที่จะมาอีกทั้ง Incubus จอห์น เลเจนด์ แม้แต่ตัวแม่อย่าง เคธี เพอร์รี หรือวงร็อกจากไอริชอย่าง The Script และเจ้าของรางวัลแกรมมี่หมาดๆ อย่าง บรูโน มาร์ส ก็คอนเฟิร์มมาแล้ว ซึ่ง ราคาบัตรก็มีตั้งแต่ระดับพันกลางๆ ไปถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าต้องขายตับ-ไตกันไม่รู้กี่รอบถึงจะไปครบคอนเสิร์ต ทั้งหลายแหล่นี้๐ หันกลับมาสู่วังวน โลกเครียด กันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของ หวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เมื่อวันที่ 19 มค สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแถลงผล พิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วว่ามีแต่ของ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งใครต่อใครคงคิดว่าน่าจะลงเอยหรือมีบทสรุปไปกว่า 80% แต่แล้วเมื่อวันพุธสิ้นเดือน มค พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) ก็ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำคัญมีการ พลิกกลับ 360 องศากันเลย เพราะระบุว่าสลากเป็นของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับของโจรกับ ลุงจรูญ ๐ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นการเดิมพันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับพยานบุคคลหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้อาจ สะเทือนไปถึงการทำหน้าที่ของ ทนาย และ ตำรวจ กันเลยทีเดียว ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ ประกาศความเชื่อมั่นไม่ต่างจากตำรวจเช่นกัน เรียกว่าสุดท้าย หวย 30 ล้าน คงต้องไปจบที่ศาลชี้ขาด ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็น่าจะมีการเช็กบิลกันระเบิดระเบ้อแน่๐ พูดถึงเรื่องครูหวยแล้ว ไม่พูดเรื่องครูฉาวก็ไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ทั้ง พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ พร้อมใจกันสร้างเรื่องไม่น่าจดจำเสียนี่กระไร โดยเฉพาะเรื่อง คาวโลกีย์ แต่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเรื่องคาวเรื่องฉาวมา กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้บังเหียนของ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะคุมนโยบายการศึกษาของประเทศ กลับไม่มีการเทกแอคชั่นแต่ประการใดเลย เรียกว่าปล่อยไปตามมีตามเกิดซะอย่างนั้น๐ ในที่สุด พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มทนเสียงเรียกร้องและกดดันของทุกภาคส่วนว่าด้วย แหวนเพชรแยงตา นาฬิกายืมเพื่อน เพราะถึงกับลั่น ในระหว่างงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ กหกับสื่อมวลชนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็พร้อมไปจากตำแหน่ง ถือเป็น ประกาศท่าทีเยี่ยง ชายชาติทหาร ครั้งแรกเลยทีเดียว เล่นเอามีกระแสข่าวเกิดขึ้นตามมาทันทีว่า เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม อาจส้มหล่นตกไปยัง รมชกลาโหม ที่ บิ๊กช้าง พลอชัยชาญ ช้างมงคล นั่งอยู่ก็เป็นได้ งานนี้คงไม่ลุ้นกันยาวนัก๐ ส่วนเรื่องนี้ยังหนังยาวคือ เรื่องการหย่อนบัตรของคนไทยทั้งประเทศ เพราะแค่เรื่องกฎหมายลูกว่าด้วย สส และ สว ซึ่งแม้สภาฝักถั่วจะถูลู่ถูกังผ่านกันมาแบบวันละฉบับ แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ ล่าสุด ขาปูดข่าว อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร กกตที่นับถอยหลังเป็นแค่อดีตก็ออกมาแฉว่ามี สนช โทรมาล็อบบี้ ให้ตั้ง กมธร่วมแก้กฎหมาย สส โดยหวังจะลบเรื่องการให้จัด มหรสพ หาเสียงได้๐ แฉโพยออกมาอย่างนี้ก็เล่นเอา วิป สนช อย่าง สมชาย แสวงการ ต้องรีบมาปัดสวะให้พ้นสภาฝักถั่วกันเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ากระแสจะหมดไป เพราะล่าสุดขาเมาธ์ว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดกระซิบมาว่า ตอนนี้มีกระแส (เก่า) ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก นั่นคือการล้มกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฉบับ เพราะจะทำให้การเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนอยู่แล้วมติ สนชที่แก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ยาวออกไปอีกถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว๐ พิโธ่! วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่ายังมีเวลา 10 ปีในการอายัดทรัพย์ นารีปู เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องรีบร้อน พระเจ้าจอร์จ แล้วที คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ทำให้ตัวเป้งหลุดไป มิใช่เพราะคิดว่ามีเวลามันเหลือเป็น 10-15 ปีหรอกเหรอ ยังไม่รวมถึงคดีเลี่ยงภาษีของสัมภเวสีหลายกรรมหลายวาระก็หลุดไป เพราะขาดอายุความทั้งนั้น อย่างนี้มันจะเรียกว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ เพราะที คดีเงินระดับหมื่นระดับแสนเห็นไล่เบี้ยไล่ยึดกันเหลือเกิน แต่พอเป็นคนใหญ่คนโตยึดทรัพย์กันระดับพันหมื่นล้านกลับชี้ช่องมามีเวลาอีก 10 ปี แหม! ทั้งคุกและมาตรฐานการทำงานนี่เลือกว่าเป็นใครจริงๆ๐。 ไทยคม ปรับโครงสร้างรายได้ครั้งใหญ่ เร่งธุรกิจใหม่ LOOX-บริการแพลตฟอร์มครบวงจร หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ 50% ใน 5 ปี ก่อนระบบสัมปทานหมด ชดเชยกำไรที่สูญไปกับดาวเทียมสถานะไม่ชัดเจน ไทยคม9 ต้องชะงักลูกค้าถอนตัว。

หยาง ซวน 2021-09-24 21:03:03

มิเช่นนั้น สิ่งที่พวกเราออกไปสู้ออกไปเสี่ยงจักกลายเป็นเสียของไปในทันที, หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป。 นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย。

เป็ง Yuxian 2021-09-24 21:03:03

กัปตันวีรภัทร กล่าวว่า วันนี้เป็นการลงมาซ้อมเพื่อลองสนาม เท่าที่ดูสนามค่อนข้างเร็ว และลื่น แต่มีข้อดีคือสนามค่อนข้างเรียบ นักกีฬาของเรามีประสบการณ์พอสมควร โดยเฉพาะคู่แฝดจึงน่าจะปรับตัวได้ไม่ยาก ส่วนการวางตัวนักกีฬามือ 1 จะเป็น วิชยา แน่นอน แต่มือ 2 ยังต้องรอตัดสินใจอีกครั้งว่า จะส่งใครลงเล่นระหว่าง จิรัฏฐ์ กับ พลภูมิ โดยคู่นี้มีสไตล์การเล่นคล้ายกัน แต่รายแรกจะมีประสบการณ์มากกว่า,ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกเมื่อวันอังคาร เรียกร้องความเป็นเอกภาพในสหรัฐให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน กระตุ้นสองพรรคร่วมมือกันแบบประนีประนอม。 ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

win365 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| โหลด เกม บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก ถอน ออ โต้1️⃣LOOK618| slot เติม 10 ได้ 100 1️⃣2021| ทาง เข้า club3881️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ แตก ง่าย1️⃣M98| สล็อต มี ทุก ค่าย1️⃣M98| เติม 20 รับ 1001️⃣M98| pgslots1️⃣LOOK618| eb88 คา สิ โน 1️⃣2021| slotxo joker เครดิต ฟรี1️⃣M98| คลับ มือ ถือ 1️⃣2021| เว็บ พนัน โอน ผ่าน ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| บา คารา เครดิต ฟรี 1️⃣2021| pg slot ฝาก 29 รับ 100 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| บา คา ร่า ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 10 บาทKeyword 1️⃣2021| สมัคร ค่าย pg1️⃣LOOK618| เกม รอยัล ค่า สิ โน1️⃣LOOK618| บา คา ร่า 911 king1️⃣LOOK618| mgwin8891️⃣LOOK618| 2pigs 918kiss1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 100 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2563 1️⃣2021| 5g slotxo1️⃣M98| กด รับ เครดิต ฟรี เอง1️⃣M98| 50 รับ 50 ถอน ไม่ อั้น1️⃣LOOK618| สล็อต joker เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slotxo 9771️⃣M98| สล็อต ยอด นิยม 1️⃣2021| เกม เล่น แล้ว ได้ เงิน จริง ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣M98| บา คา ร่า ออนไลน์ คา สิ โน1️⃣LOOK618| mgm99win net1️⃣M98| สล็อต เว็บ ใหม่ 1️⃣2021| joker slot 999 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slot หัก เงิน ใน ซิ ม1️⃣M98| บา คา ร่า 99 1️⃣2021| slot pg ฝาก 20 รับ 1001️⃣M98| มาเฟีย สล็อต1️⃣M98| เกม live221️⃣LOOK618| สล็อต เติม เงิน ผ่าน ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣M98| roma joker1️⃣M98| เกม live221️⃣LOOK618| slotxo โบนัส 100 เทิ ร์ น 1 เท่า1️⃣LOOK618| banana slot1681️⃣M98| แจก ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| mm88rich 171️⃣LOOK618| อั่ ง เปา สล็อต xo1️⃣LOOK618| ib888 เครดิต ฟรี 501️⃣LOOK618| mafia bkk สล็อต1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 10 บาทKeyword1️⃣LOOK618| sagame666 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| มาเฟีย คา สิ โน 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| ฝาก 11 บาท รับ 100 ล่าสุด1️⃣M98| เว็บ เล่น สล็อต ฟรี 1️⃣2021| databet 8881️⃣M98| ฟรี เค ดิ ต ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| mafia500 เครดิต ฟรี1️⃣M98| pg27 slot 1️⃣2021| สล็อต xo 1681️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 689 1️⃣2021| mafia919v11️⃣M98| zodiac888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต แตก ง่าย ที่สุด1️⃣LOOK618| สล็อต ให้ ทุน ฟรี1️⃣LOOK618| ufabet 50 รับ 1001️⃣LOOK618| เกม สล็อต ยิง ปลา1️⃣M98| บา คา ร่า ใช้ วอ ล เล็ ท1️⃣M98| joker slot1️⃣M98| คา สิ โน ฝาก ขั้น ต่ํา 20 1️⃣2021| slot มา ใหม่1️⃣LOOK618| imiwin7791️⃣LOOK618| 15 รับ 100xo1️⃣M98| สล็อต wallet เครดิต ฟรี ล่าสุด1️⃣LOOK618| ฟรี 300 บาท ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ชนะ ถอน ได้1️⃣M98| 918kiss เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| super slot16881️⃣LOOK618| เกม สล็อต รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| เครดิต บา คา ร่า ฟรี 2020 1️⃣2021| sbfplay99 1️⃣2021| ทาง เข้า เล่น pg สล็อต1️⃣LOOK618| jdb ยิง ปลา1️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต สล็อต ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| แชร์ รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| rb888 สล็อต 1️⃣2021| king168 slot1️⃣M98| ดาวน์โหลด slotxo apk 1️⃣2021| sbobet โปร โม ชั่ น สมาชิก ใหม่ 1️⃣2021| joker roma slot1️⃣LOOK618| gclub8771️⃣M98| mafia สล็อต เครดิต ฟรี 1️⃣2021| ufa 789 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618|